พยาบาลดูแลผู้สูงอายุภายในศูนย์ดูแลอย่างใกล้ชิด1419234218356
พยาบาลดูแลผู้สูงอายุภายในศูนย์ดูแลอย่างใกล้ชิดz-z1419234218356

โดยทั่วไป ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุราคาเริ่มต้นประมาณ 15,000–30,000 บาทต่อเดือน สำหรับห้องพักรวมและการดูแลผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้บางส่วน ส่วนผู้ป่วยพักฟื้น ผู้มีภาวะสมองเสื่อม ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด อาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ประมาณ 25,000 บาทไปจนถึงมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน

ช่วงราคาดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลประมาณการของตลาด เนื่องจากค่าบริการจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ทำเล ประเภทห้อง ระดับการพึ่งพิง จำนวนบุคลากร อาหารเฉพาะบุคคล และความช่วยเหลือที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันที่แต่ละคนต้องการ ตลอดจนรายการที่รวมและไม่รวมอยู่ในค่าบริการรายเดือน

ผู้สูงอายุที่มีระดับการพึ่งพิงใกล้เคียงกันอาจได้รับใบเสนอราคาต่างกัน เนื่องจากแต่ละศูนย์มีรูปแบบบริการ บุคลากร อุปกรณ์ และเงื่อนไขค่าใช้จ่ายไม่เหมือนกัน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจจากคำว่า “ราคาเริ่มต้น” ครอบครัวควรให้ข้อมูลสุขภาพและความต้องการด้านการดูแลอย่างครบถ้วน เพื่อให้สถานดูแลประเมินความเหมาะสมและแจ้งค่าใช้จ่ายตามบริการที่จำเป็นจริง

นอกจากนี้ ควรขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรว่าค่าบริการรายเดือนรวมค่าห้อง อาหาร การช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน ของใช้ เวชภัณฑ์ และบริการกายภาพบำบัดหรือไม่ รวมถึงสอบถามว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือสามารถปรับราคาได้ในกรณีใด เพื่อให้ครอบครัววางแผนงบประมาณระยะยาวได้รอบคอบมากขึ้น

ตารางประมาณการราคาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ตารางต่อไปนี้เป็นช่วงราคาโดยประมาณสำหรับใช้วางแผนงบประมาณเบื้องต้น ไม่ใช่อัตรากลางที่ทุกศูนย์ต้องใช้ และไม่ใช่ราคาของนวศรีเนอร์สซิ่งโฮมโดยตรง

รูปแบบการดูแล

ลักษณะผู้รับบริการ

ราคาประมาณต่อเดือน

ดูแลทั่วไป

ยังช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องการคนดูแลกิจวัตรและความปลอดภัย

15,000–30,000 บาท

ดูแลแบบมีภาวะพึ่งพิง

ต้องช่วยอาบน้ำ แต่งตัว รับประทานอาหาร หรือเคลื่อนย้าย

20,000–45,000 บาท

พักฟื้นและกายภาพบำบัด

หลังผ่าตัด หลังโรคหลอดเลือดสมอง หรือจำเป็นต้องฟื้นฟูต่อเนื่อง

30,000–60,000 บาท

ดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อม

อัลไซเมอร์ หลงลืม เดินออกนอกพื้นที่ หรือต้องเฝ้าระวังพฤติกรรม

25,000–70,000 บาท

ดูแลผู้ป่วยติดเตียง

ต้องพลิกตัว ดูแลแผล อาหารทางสายยาง ดูดเสมหะ หรือช่วยเหลือเกือบทุกกิจวัตร

30,000–80,000 บาทขึ้นไป

ดูแลเฉพาะทางหรือห้องส่วนตัว

ต้องการพยาบาลใกล้ชิด อุปกรณ์เฉพาะ หรือห้องพักระดับพรีเมียม

40,000–100,000 บาทขึ้นไป

ราคาอาจต่ำหรือสูงกว่าตารางได้ตามจังหวัด ทำเล ขนาดห้อง อัตราส่วนผู้ดูแลต่อผู้พักอาศัย และความซับซ้อนของอาการ จึงควรใช้ตัวเลขเหล่านี้เพื่อกำหนดกรอบงบประมาณเท่านั้น ไม่ควรนำไปตัดสินราคาของศูนย์ใดศูนย์หนึ่งโดยตรง

ปัจจัยใดกำหนดราคาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ?

ค่าบริการไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่เข้าพักเพียงอย่างเดียว แต่คำนวณจากภาระงานและทรัพยากรที่ต้องใช้ดูแลผู้สูงอายุแต่ละคน

1. ระดับการช่วยเหลือตัวเอง

ผู้สูงอายุที่ยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง จะต้องการความช่วยเหลือน้อยกว่าผู้สูงอายุที่ต้องมีคนช่วยเกือบทุกกิจวัตร เช่น การลุกจากเตียง การเคลื่อนย้าย การรับประทานอาหาร หรือการขับถ่าย

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมักสอบถามและประเมินว่าผู้สูงอายุต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใดบ้าง ต้องช่วยบ่อยเพียงใด และมีความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สถานดูแลวางแผนการดูแลและประเมินค่าบริการให้สอดคล้องกับความต้องการจริงของแต่ละคน

2. โรคประจำตัวและความซับซ้อนของอาการ

ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรังหลายโรค มีภาวะสมองเสื่อม ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ มีภาวะกลืนลำบาก ปัญหาการเคี้ยวหรือกลืน หรือจำเป็นต้องติดตามอาการและสัญญาณชีพบ่อยกว่าปกติ อาจมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เพราะต้องอาศัยบุคลากรที่มีประสบการณ์และใช้เวลาในการดูแลมากกว่า

3. บุคลากรและการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแต่ละแห่งอาจมีจำนวนผู้ดูแล ระบบการทำงาน และการประสานบุคลากรที่เกี่ยวข้องแตกต่างกัน บางแห่งมีพยาบาลช่วยกำกับและติดตามการดูแล มีนักกายภาพบำบัดประเมินและจัดบริการตามความเหมาะสม หรือมีผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารให้คำแนะนำ

คำว่า “ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง” อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันในแต่ละแห่ง และไม่ได้หมายความว่าจะมีพยาบาลวิชาชีพดูแลผู้พักอาศัยแต่ละคนตลอดเวลา ครอบครัวจึงควรสอบถามให้ชัดว่าช่วงกลางคืนมีบุคลากรตำแหน่งใดปฏิบัติงาน จำนวนเท่าใด และมีระบบขอความช่วยเหลือหรือรับมือเมื่อเกิดเหตุจำเป็นอย่างไร

หากผู้สูงอายุต้องได้รับการติดตามความเปลี่ยนแปลงบ่อย ต้องการความช่วยเหลือมากเป็นพิเศษ หรือเลือกใช้บริการเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายอาจสูงขึ้นตามเวลา จำนวนบุคลากร และทรัพยากรที่ใช้ในการดูแล

4. ประเภทห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก

ห้องรวมมักมีราคาต่ำกว่าห้องเดี่ยวหรือห้องที่มีผู้พักน้อยกว่า ส่วนห้องที่กว้างขึ้น มีห้องน้ำส่วนตัว หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม มักมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

ก่อนตัดสินใจ ควรถามให้ชัดว่าค่าห้องรวมค่าไฟ ค่าเครื่องปรับอากาศ ค่าซักเสื้อผ้า และบริการอื่น ๆ แล้วหรือยัง เพื่อให้เห็นค่าใช้จ่ายจริงและเปรียบเทียบแต่ละแห่งได้ง่ายขึ้น

5. โปรแกรมกายภาพบำบัดและการฟื้นฟู

บางแห่งอาจมีกิจกรรมออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวทั่วไปอยู่ในค่าบริการแล้ว ส่วนการประเมิน วางแผน และทำกายภาพบำบัดแบบรายบุคคลโดยนักกายภาพบำบัด มักคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเป็นรายครั้งหรือตามจำนวนครั้งต่อสัปดาห์

หากผู้สูงอายุต้องทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง ควรถามให้ชัดว่าใครเป็นผู้ประเมินและให้บริการ ทำครั้งละกี่นาที สัปดาห์ละกี่ครั้ง และมีการติดตามหรือปรับแผนอย่างไร เพื่อให้ทราบค่าใช้จ่ายและรูปแบบบริการที่ได้รับจริง

6. อาหารและโภชนาการเฉพาะโรค

อาหารทั่วไปมักรวมอยู่ในค่าบริการแล้ว แต่อาหารที่ต้องเตรียมเป็นพิเศษ เช่น อาหารปั่น อาหารทางสายยาง อาหารปรับเนื้อสัมผัสสำหรับผู้ที่มีปัญหาการเคี้ยวหรือกลืน หรืออาหารที่จัดตามข้อจำกัดด้านสุขภาพ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามนโยบายของแต่ละแห่ง

ควรถามให้ชัดว่าค่าอาหารประเภทใดรวมอยู่ในค่าบริการ และกรณีใดต้องชำระเพิ่มเติม เพื่อให้ประเมินค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น

7. ทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวก

ค่าบริการของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอาจแตกต่างกันตามจังหวัดและทำเลที่ตั้ง โดยพื้นที่ที่มีค่าครองชีพสูง เช่น กรุงเทพฯ หรือภูเก็ต มักมีต้นทุนด้านค่าจ้างบุคลากร ค่าเช่าหรือค่าที่ดิน ค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภค และค่าขนส่งสูงกว่าบางพื้นที่ จึงอาจส่งผลให้ค่าบริการสูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ ทำเลที่อยู่ใกล้โรงพยาบาล เดินทางสะดวก มีพื้นที่กว้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกมาก หรือมีค่าใช้จ่ายในการดูแลและบำรุงรักษาสถานที่สูง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาของแต่ละแห่งแตกต่างกัน

ค่าบริการรายเดือนมักรวมอะไรบ้าง?

  • ห้องพักและเตียงสำหรับผู้สูงอายุ
  • อาหารหลักและอาหารว่าง
  • การช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน
  • การอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และดูแลสุขอนามัย
  • การจัดและเตือนรับประทานยา
  • การวัดสัญญาณชีพเบื้องต้น
  • การทำความสะอาดห้องและพื้นที่ส่วนกลาง
  • การซักเครื่องนอนหรือเสื้อผ้าตามเงื่อนไข
  • กิจกรรมนันทนาการและออกกำลังกายเบื้องต้น
  • การรายงานอาการแก่ครอบครัว

ค่าใช้จ่ายใดอาจต้องจ่ายเพิ่มเติม?

รายการต่อไปนี้เป็นตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่ อาจไม่ได้รวมอยู่ในค่าบริการรายเดือน หรืออาจคิดเพิ่มตามการใช้งานและเงื่อนไขของแต่ละแห่ง

รายการ

รูปแบบการคิดค่าบริการที่อาจพบ

ยาประจำตัว

ครอบครัวเป็นผู้จัดเตรียมมาให้ 

ผ้าอ้อมและแผ่นรองซับ

ตามจำนวนที่ใช้หรือแบบเหมาจ่าย

เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทำแผล

ตามประเภทและจำนวนที่ใช้

อาหารทางสายยางและอุปกรณ์ให้อาหาร

ตามประเภท ปริมาณ และจำนวนที่ใช้

กายภาพบำบัดรายบุคคล

คิดเป็นรายครั้งหรือแพ็กเกจ

บริการจากผู้ประกอบวิชาชีพเพิ่มเติม

รายครั้งหรือตามแผนบริการ

ค่าเดินทางและเจ้าหน้าที่พาไปพบแพทย์

ตามระยะทางและระยะเวลา 

รถพยาบาลหรือรถรับส่งจากภายนอก

ตามอัตราของผู้ให้บริการและระยะทาง

ค่าตรวจรักษาและค่าใช้จ่ายของสถานพยาบาล 

ตามใบเสร็จจริง

ผู้ดูแลพิเศษแบบตัวต่อตัว

รายเวร รายวันหรือรายเดือน

ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลอื่นๆ

ตามการใช้งานจริงและข้อตกลง

เงินประกันแรกเข้า

ตามเงื่อนไขของศูนย์

เงินที่อาจต้องชำระก่อนเข้าพัก

บางแห่งอาจเรียกเก็บเงินประกัน เงินมัดจำ ค่าประเมินก่อนเข้าพัก หรือค่าบริการล่วงหน้า ซึ่งแต่ละรายการมีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการคืนเงินแตกต่างกัน จึงควรขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนชำระเงิน

ก่อนลงนามในสัญญา ควรขอใบเสนอราคาที่แยกค่าที่พัก ค่าดูแล และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้ชัดเจน พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขการปรับราคา การแจ้งย้ายออก การยกเลิกสัญญา และการคืนเงินประกันหรือค่าบริการส่วนที่ยังไม่ได้ใช้

ก่อนเซ็นสัญญา ควรขอใบเสนอราคาที่แยกค่าใช้จ่ายเป็นหมวด พร้อมสอบถามว่ามีเงินประกัน ค่ามัดจำ ค่าประเมินแรกเข้า หรือค่าธรรมเนียมยกเลิกสัญญาหรือไม่

ตัวอย่างการคำนวณงบประมาณต่อเดือน

สมมติว่าครอบครัวเลือกแพ็กเกจดูแลรายเดือนราคา 35,000 บาท ค่าใช้จ่ายจริงอาจประกอบด้วย

รายการ

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ค่าห้องและการดูแลรายเดือน

35,000 บาท

ผ้าอ้อมและแผ่นรองซับ

3,000 บาท

เวชภัณฑ์และของใช้ส่วนตัว

2,500 บาท

กายภาพบำบัดเพิ่มเติม

4,000 บาท

ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล

1,500 บาท

รวมประมาณการต่อเดือน

46,000 บาท

ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อแสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่ราคาจริงของศูนย์ใด ครอบครัวควรเตรียมงบประมาณจากค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ควรดูเฉพาะราคาแพ็กเกจหน้าเว็บไซต์

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุราคาถูกควรเลือกหรือไม่?

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีราคาต่ำไม่ได้หมายความว่าจะมีคุณภาพไม่ดีเสมอไป เช่นเดียวกับศูนย์ที่มีราคาสูงก็ไม่ได้รับประกันว่าจะเหมาะกับผู้สูงอายุทุกคน สิ่งสำคัญคือพิจารณาว่าค่าบริการสอดคล้องกับความต้องการดูแล จำนวนและรูปแบบการทำงานของบุคลากร สภาพแวดล้อม รวมถึงบริการที่ได้รับหรือไม่

ควรสอบถามเพิ่มเติมหากพบว่าค่าบริการต่ำกว่าศูนย์อื่นมาก แต่ไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่ารวมบริการอะไรบ้าง มีบุคลากรดูแลในแต่ละช่วงเวลากี่คน หรือมีค่าใช้จ่ายใดที่ต้องจ่ายเพิ่มภายหลัง

ก่อนตัดสินใจ ควรเข้าเยี่ยมชมสถานที่จริง สังเกตความสะอาด ความปลอดภัย การตอบสนองของเจ้าหน้าที่ และพูดคุยกับผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับแผนการดูแล ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขในสัญญาให้ครบถ้วน

เปรียบเทียบศูนย์ดูแลกับการจ้างผู้ดูแลที่บ้าน

ทั้งสองทางเลือกมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ควรพิจารณาจากระดับการช่วยเหลือที่ผู้สูงอายุต้องการ ความพร้อมของครอบครัว สภาพบ้าน และค่าใช้จ่ายโดยรวม ไม่ควรตัดสินจากค่าบริการเพียงอย่างเดียว

ประเด็น

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

จ้างผู้ดูแลที่บ้าน

สถานที่

มีพื้นที่และระบบการดูแลที่จัดไว้สำหรับผู้สูงอายุ 

ผู้สูงอายุได้อยู่ในบ้านและสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย

บุคลากร

มีทีมผู้ดูแลทำงานเป็นเวรผลัดเปลี่ยนตามระบบของศูนย์

ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ดูแลที่จ้างและช่วงเวลาของการทำงาน

การดูแลช่วงกลางคืน

มีบุคลากรปฏิบัติงานตามเวร 

ผู้ดูแลคนเดียวทำงานเหมารวม 24 ชั่วโมง หรืออาจต้องจ้างเพิ่มอีกเวร หรือให้สมาชิกในครอบครัวช่วงดูแล

การกายภาพบำบัด

ผู้ดูแลทำให้ หรือบางแห่งอาจมีบริการเพิ่มเติมโดยนักกายภาพบำบัด 

ต้องนัดนักกายภาพบำบัดมาที่บ้านหรือเดินทางไปรับบริการ

อุปกรณ์

มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูแล 

ครอบครัวต้องซื้อ เช่า หรือต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม

สังคมและกิจกรรม

มีโอกาสร่วมกิจกรรมและพบปะผู้พักอาศัยคนอื่น

ขึ้นอยู่กับการจัดกิจกรรมและการพาไปพบปะผู้คนของครอบครัว

ค่าใช้จ่าย

มักประกอบด้วยค่าที่พัก ค่าดูแล อาหารและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมบางรายการ หรือเป็นแพ็กเกจแบบเหมาจ่าย

มีค่าจ้างผู้ดูแล อาหาร อุปกรณ์ อาหาร การปรับบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ 

การดูแลที่บ้านอาจเหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม บ้านมีความปลอดภัย และครอบครัวสามารถช่วยกำกับการดูแลได้ ส่วนศูนย์ดูแลอาจเหมาะเมื่อผู้สูงอายุต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่อง ครอบครัวไม่สามารถจัดเวรดูแลได้ครบ หรือจำเป็นต้องมีพื้นที่และอุปกรณ์ที่เหมาะกับการดูแล

ก่อนตัดสินใจ ควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของทั้งสองทางเลือก รวมถึงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่เปรียบเทียบเฉพาะค่าบริการรายเดือนเท่านั้น

4 ขั้นตอนวางแผนค่าใช้จ่ายระยะยาว

1. ขอประเมินระดับความต้องการดูแลก่อนสอบถามราคา

ไม่ควรถามเพียงว่า “ค่าบริการเดือนละเท่าไร” แต่ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพ ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน และความช่วยเหลือที่ผู้สูงอายุต้องการ เพื่อให้ศูนย์ประเมินรูปแบบการดูแลและค่าใช้จ่ายได้เหมาะสม

ค่าบริการสำหรับผู้สูงอายุที่ยังเดินและช่วยเหลือตนเองได้ อาจแตกต่างจากผู้สูงอายุติดเตียงที่ต้องมีผู้ช่วยในการพลิกตัว เคลื่อนย้าย รับประทานอาหาร หรือขับถ่าย

2. คำนวณงบประมาณเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือน

ควรรวมทั้งค่าบริการรายเดือน ค่ายา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ส่วนตัว กายภาพบำบัด ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ แล้วคำนวณเป็นงบประมาณรายปี เพื่อประเมินว่าครอบครัวสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่

ตัวอย่างเช่น หากมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 30,000 บาท จะเท่ากับ 360,000 บาทต่อปี โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือค่าตรวจรักษาที่โรงพยาบาล

3. ตรวจสอบสิทธิและกรมธรรม์เป็นรายกรณี

โดยทั่วไป ค่าที่พักและค่าดูแลของสถานดูแลผู้สูงอายุเอกชนไม่สามารถเบิกจากประกันสังคมหรือประกันสุขภาพได้ เนื่องจากสถานดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่สถานพยาบาล

อย่างไรก็ตาม สถานดูแลบางแห่งอาจมีข้อตกลงหรือช่องทางประสานกับบริษัทประกันเอกชน แต่ความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์ ประเภทบริการ เอกสารประกอบ และข้อกำหนดของบริษัทประกันแต่ละแห่ง

ก่อนทำสัญญา ครอบครัวควรนำใบเสนอราคาและรายละเอียดบริการไปสอบถามบริษัทประกันหรือหน่วยงานเจ้าของสิทธิโดยตรง เพื่อยืนยันว่ารายการใดเบิกได้ เบิกได้เท่าใด และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง 

4. เตรียมเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน

ควรแยกเงินสำรองออกจากค่าบริการประจำ เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การส่งต่อไปสถานพยาบาล การซื้อหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ การตรวจเพิ่มเติม หรือการปรับรูปแบบการดูแลเมื่อผู้สูงอายุต้องการความช่วยเหลือมากขึ้นหรือต้องปรับระดับการดูแล

จำนวนเงินสำรองควรกำหนดให้เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นของผู้สูงอายุแต่ละคน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์ หรือค่าดูแลที่อาจเพิ่มขึ้น โดยครอบครัวควรวางแผนตามความพร้อมของตนเอง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเริ่มต้นเดือนละเท่าไร?

ค่าบริการของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแตกต่างกันตามจังหวัด ประเภทห้อง ระดับความช่วยเหลือที่ต้องการ และบริการที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ จึงไม่ควรพิจารณาจากคำว่า “ราคาเริ่มต้น” เพียงอย่างเดียว เพราะราคาที่ประกาศอาจยังไม่รวมผ้าอ้อม เวชภัณฑ์ กายภาพบำบัด อาหารเฉพาะบุคคล หรือบริการเพิ่มเติมอื่น ๆ

โดยทั่วไปราคาเริ่มต้นในตลาดอาจอยู่ที่ประมาณ 15,000–25,000 บาทต่อเดือนสำหรับการดูแลทั่วไป แต่หากต้องการการพยาบาล กายภาพบำบัด หรือดูแลผู้ป่วยติดเตียง ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มเป็นประมาณ 25,000–80,000 บาทต่อเดือนหรือสูงกว่า

ครอบครัวควรแจ้งข้อมูลสุขภาพและความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุให้ครบถ้วน แล้วขอให้ศูนย์ประเมินรูปแบบการดูแลและจัดทำใบเสนอราคาก่อนตัดสินใจ

ค่าบริการรวมผ้าอ้อมและของใช้หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและนโยบายของสถานดูแลแต่ละแห่ง บางแห่งอาจรวมของใช้พื้นฐานบางรายการไว้ในค่าบริการแล้ว ขณะที่บางแห่งคิดค่าผ้าอ้อม แผ่นรองซับ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย เวชภัณฑ์ และของใช้ส่วนตัวตามจำนวนที่ใช้จริง

ก่อนทำสัญญา ควรสอบถามและขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรว่าของใช้รายการใดรวมอยู่ในค่าบริการรายเดือน รายการใดต้องนำมาเอง และรายการใดมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้คำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น

มีบริการดูแลแบบรายวันหรือระยะสั้นหรือไม่?

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุบางแห่งอาจมีบริการแบบรายวัน พักระยะสั้น หรือรับดูแลชั่วคราวในช่วงที่ครอบครัวไม่สะดวก แต่ไม่ได้มีให้บริการทุกแห่ง และแต่ละแห่งอาจกำหนดระยะเวลา เงื่อนไข และอัตราค่าบริการแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรง

ราคาจะเพิ่มขึ้นเมื่อผู้สูงอายุมีอาการเปลี่ยนแปลงหรือไม่?

ค่าบริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากผู้สูงอายุต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น เช่น ต้องมีผู้ช่วยในการเคลื่อนย้าย รับประทานอาหาร ขับถ่าย หรือต้องใช้อุปกรณ์และบริการเพิ่มเติม

ก่อนทำสัญญา ควรสอบถามให้ชัดว่าศูนย์ใช้หลักเกณฑ์ใดในการปรับค่าบริการ มีการประเมินความต้องการดูแลใหม่เมื่อใด และจะแจ้งครอบครัวล่วงหน้าอย่างไร เพื่อให้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้เหมาะสม

ต้องจ่ายเงินประกันหรือค่ามัดจำแรกเข้าหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแห่ง บางศูนย์อาจเรียกเก็บเงินประกัน ค่ามัดจำ หรือค่าบริการล่วงหน้าก่อนเข้าพัก ขณะที่บางแห่งอาจไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้

ก่อนชำระเงิน ควรถามให้ชัดว่าเป็นเงินประเภทใด ใช้สำหรับอะไร สามารถขอคืนได้หรือไม่ และศูนย์มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายในกรณีใดบ้าง โดยควรระบุจำนวนเงินและเงื่อนไขการคืนไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน

จะเปรียบเทียบราคาแต่ละศูนย์อย่างไรให้ยุติธรรม?

ควรเปรียบเทียบศูนย์ที่มีระดับการดูแลและประเภทห้องใกล้เคียงกัน พร้อมตรวจสอบจำนวนผู้ดูแล รูปแบบการทำงาน บริการกายภาพบำบัด อาหาร เวชภัณฑ์ ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ

ไม่ควรเปรียบเทียบเฉพาะตัวเลขรายเดือนที่ปรากฏในโฆษณา แต่ควรพิจารณาค่าใช้จ่ายทั้งหมดควบคู่กับความเหมาะสมและความปลอดภัยของผู้สูงอายุแต่ละคน

สอบถามค่าบริการและประเมินการดูแลกับนวศรีเนอร์สซิ่งโฮม

นวศรีเนอร์สซิ่งโฮมให้บริการดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงตามความต้องการของแต่ละบุคคล เช่น ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวัน ผู้สูงอายุติดเตียง อัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม ผู้ที่ต้องการดูแลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล ผู้พักฟื้นหลังการรักษาและผู้ที่ต้องการการดูแลแบบประคับประคองภายในขอบเขตของสถานดูแลผู้สูงอายุ 

ก่อนรับเข้าพัก จะมีการรวบรวมข้อมูลสุขภาพ ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน ความเสี่ยง และความต้องการดูแล เพื่อนำไปวางแผนการดูแลรายบุคคลและประเมินค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม โดยค่าบริการอาจแตกต่างกันตามประเภทห้อง ระดับการช่วยเหลือ อาหารหรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ และบริการเพิ่มเติมที่เลือก

ครอบครัวสามารถสอบถาม อัตราค่าบริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ พร้อมแจ้งข้อมูลเบื้องต้นเพื่อขอประเมินค่าใช้จ่าย และควรนัดหมายเข้าเยี่ยมชมสถานที่จริงก่อนตัดสินใจ เพื่อพูดคุยเรื่องแผนการดูแล บริการที่รวมอยู่ในค่ารายเดือน ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และเงื่อนไขในสัญญาให้ชัดเจน

นวศรีเนอร์สซิ่งโฮมมีพยาบาลวิชาชีพประจำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกำกับ ติดตาม และสนับสนุนการดูแลตามแผนรายบุคคล รวมถึงประสานกับครอบครัวและการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลเมื่อมีความจำเป็น ส่วนบริการกายภาพบำบัดเป็นบริการเพิ่มเติมโดยนักกายภาพบำบัด ซึ่งจะประเมินและวางแผนตามความเหมาะสมของผู้รับบริการ

การเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่คุ้มค่าไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาต่ำที่สุด แต่ควรดูว่ารูปแบบการดูแลเหมาะกับผู้สูงอายุหรือไม่ ค่าใช้จ่ายมีรายละเอียดชัดเจนเพียงใด และครอบครัวสามารถวางแผนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่

tellinefb